มีเฮ! ยกคำขอจดสิทธิบัตรยาต้านไวรัสเอชไอวี

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เครือข่ายเอดส์ สิทธิบัตร ยาต้านไวรัสเอชไอวี ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี

ตามที่มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ได้ยื่นคัดค้านก่อนออกสิทธิบัตรยาต้านไวรัสเอชไอวี “รัลทีกราเวียร์ (Raltegravir)” ที่ขอจดสิทธิบัตรโดยบริษัท เมิร์ค ชาร์ป แอนด์ โดห์ม คอร์ป ตามคำขอเลขที่ 1201001892 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 นั้น หลังจากมีกระบวนการตรวจสอบคำคัดค้าน อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา วินิจฉัยยกคำขอสิทธิบัตรดังกล่าว และบริษัท เมิร์คฯ ได้ยื่นคำอุทธรณ์ โดยกรมทรัพย์สินฯ ได้ตั้งคณะกรรมการสิทธิบัตรขึ้นมาพิจารณาคำอุทธรณ์ของบริษัทฯ ล่าสุด มีคำตัดสินจากคณะกรรมการฯ ยืนตามคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมทรัพย์สินฯ ให้ยกคำขอจดสิทธิบัตรยาดังกล่าวตามหนังสือแจ้งลงวันที่ 1 ตุลาคม 2563

ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิ

นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ผู้รับมอบอำนาจยื่นคัดค้านสิทธิบัตรยารัลทีกราเวียร์ กล่าวว่า คำตัดสินครั้งนี้เป็นประวัติศาสตร์อีกหนึ่งหน้าของการต่อสู้เพื่อสิทธิการเข้าถึงยาจำเป็นในราคาที่เป็นธรรม การสู้ครั้งนี้ใช้เวลาสู้ตามกระบวนการของกฎหมายสิทธิบัตรกว่า 4 ปี ทำให้เห็นช่องว่างของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สิทธิบัตร พ.ศ.2542 ที่ใช้เวลาพิจารณายืดเยื้อยาวนาน โดยเฉพาะกรณีของยารักษาโรค หากคนที่จำเป็นต้องใช้ยา คงรอไม่ได้ และอาจจะเสียชีวิตไปแล้ว ไม่เพียงเทานั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวของกรมทรัพย์สินฯ ซึ่งเราเรียกร้องว่าต้องรับฟังเสียงคัดค้าน ข้อเสนอแนะของภาคประชาชนที่ต้องได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ระยะยาวให้มากๆ อย่ามุบมิบเร่งรีบแก้

เครือข่ายเอดส์ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ยาต้านไวรัสเอชไอวี สิทธิบัตรยา โรคเอดส์ ไวรัสเอชไอวี องค์กรเอดส์

ด้านนายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า ยารัลทีกราเวียร์ เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการกดเชื้อไวรัสได้ดี มีผลข้างเคียงน้อย และดื้อยายาก แต่ยามีราคาสูงถึง 7,680 บาทต่อขวด ใช้ได้ 1 เดือน และยังต้องใช้ร่วมกับยาสูตรอื่นอีก 2 ชนิด ทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพกำหนดให้เป็นสิทธิประโยชน์เฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีการดื้อยาซ้ำซ้อน และกรณีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเอชไอวี ที่มาฝากครรภ์ช้า เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อของทารกลงให้ได้มากที่สุดเท่านั้น ทั้งที่ยาสูตรนี้ใช้กับผู้ที่ไม่มีปัญหาดื้อยาได้ด้วย แต่ถ้ายาไม่ถูกผูกขาดโดยระบบสิทธิบัตร จะทำให้บริษัทอื่นสามารถเข้ามาแข่งขันได้ เราจะมียาในราคาที่เป็นธรรมกว่านี้ ประเทศก็จะมีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดหายาให้ผู้ติดเชื้อฯ ที่จำเป็นต้องใช้ยานี้ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้คนที่ต้องกินยาในระยะยาวอย่างผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

UN ชี้ “โควิด-19” ทำให้การต่อสู้กับ “โรคเอดส์” ยากขึ้นกว่าเดิม
จี้! สตช.ยกเลิก กฎเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ HIV ห้ามรับราชการ

อย่างไรก็ตาม ผลคำตัดสินของคณะกรรมการสิทธิบัตรระบุว่า คำคัดค้านของมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ฟังขึ้นว่าสิทธิบัตรยาที่ขอจดสิทธิบัตรดังกล่าว ในข้อถือสิทธิที่ 26 มีการระบุว่า

  • • “ใช้เพื่อการรักษาหรือการป้องกัน” ซึ่งขัดต่อมาตรา 9 (4) ที่ระบุว่าการประดิษฐ์ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองตาม (4) หมายรวมถึงวิธีวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์
  • • และขัดต่อมาตรา 5 (2) ที่ระบุว่า คำขอสิทธิบัตรยาดังกล่าว ไม่ได้มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ในทางเภสัชศาสตร์ขั้นตอนการประดิษฐ์ที่ระบุไว้ในคำขอ ถือเป็นขั้นตอนสามัญที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญในระดับสามัญทั่วไป
ข่าวเอชไอวี ข่าวเอดส์ โรคเอดส์ ไวรัสเอชไอวี ยาต้านไวรัส ยาต้านเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ทั้งนี้ ผลคำตัดสินดังกล่าวจะถือว่าสิ้นสุด หากบริษัทยาไม่มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภายใน 60 วันนับจากวันที่คณะกรรมการสิทธิบัตรมีคำตัดสิน

ขอบคุณข้อมูลจาก: มติชนออนไลน์

You Might Also Like